ในทางพระพุทธศาสนามีหลักกฎแห่งกรรมอยู่ว่า
คนทำกรรมดีไว้ เมื่อเสียชีวิตจากโลกนี้แล้วย่อมไปสู่สุคติคือ ไปเกิดเป็นเทวดาหรือกลับมาเป็นมนุษย์
ส่วนคนที่คนทำชั่วในโลกมนุษย์เมื่อตายแล้วย่อมไปสู่ทุคติคือ ไปตกนรก เป็นเปรต
หรือเป็นสัตว์ดิรัจฉาน สำหรับท่านผู้สิ้นกิเลสเป็นพระอรหันต์
เป็นผู้ตัดภพตัดชาติได้แล้ว ย่อมไปสู่นิพพาน กฎแห่งกรรมนี้ได้ถูกอธิบายโดยพระศาสดา
เมื่อครั้งที่พระองค์เสด็จเข้าไปอาศัยอยู่กรุงราชคฤห์ ประทับอยู่ที่พระเวฬุวัน
ทรงปรารภการนิพพานของพระโคธิกเถระ และตรัสพระธรรมเทศนาที่ขึ้นต้นด้วยบาทพระคาถาว่า
เตสํ สมฺปนฺนสีลานํ เป็นต้น
เรื่องมีอยู่ว่า ครั้งหนึ่ง พระโคธิกเถระ
มีความมุ่งมั่นปฏิบัติสมถกัมมัฏฐานและวิปัสสนากัมมัฏฐาน
ไปอยู่ใกล้ถ้ำกาลสิลาข้างภูเขาอิสิคิลิในแคว้นมคธ พอพระเถระได้เอกัคคตาจิต(ฌาน)
ก็เกิดอาพาธ(ป่วยหนัก)ด้วยโรคเรื้อรังอย่างหนึ่ง
ทำให้ท่านไม่สามารถปฏิบัติธรรมต่อไปได้อย่างมีประสิทธิผลเพื่อบรรลุพระอรหัตตผลได้
แต่แม้ว่าท่านจะป่วยหนักอย่างไรท่านก็ยังมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติต่อไป
แต่ทุกครั้งที่ทำความก้าวหน้าในการปฏิบัติธรรมนั้นก็มีอันต้องอาพาธเข้ามาขัดขวางทุกครั้งไป
เหตุการณ์เป็นเช่นนี้อยู่ถึง 6 ครั้ง
พอถึงครั้งสุดท้ายท่านพระโคธิกเถระได้ตัดสินใจที่จะเอาชนะอุปสรรคเหล่านี้
และจะต้องบรรลุพระอรหัตตผลให้ได้แม้ว่าจะต้องตายก็ตาม
ท่านจึงยังคงมุ่งมั่นปฏิบัติธรรมต่อไปอย่างต่อเนื่อง
จนในที่สุดท่านก็ได้ตัดสินใจสละชีวิตด้วยการนำมีดโกนมาเฉือนคอของตนเอง
ในช่วงที่ท่านจะมรณภาพนั่นเอง ท่านก็ได้บรรลุพระอรหัตตผล
เมื่อมารทราบว่าพระโคธิกเถระมรณภาพแล้ว
ก็ได้พยายามค้นหาที่เกิดของพระเถระแต่ก็หาไม่พบ
มารจึงได้แปลงร่างเป็นชายหนุ่มไปเฝ้าพระศาสดา และได้ทูลถามถึงที่เกิดของพระเถระ
พระศาสดาตรัสถึงกฎแห่งกรรมสำหรับผู้ที่หลุดพ้นจากกิเลสเป็นพระอรหันต์ว่า “มันไม่เป็นประโยชน์สำหรับท่านที่จะมาถามถึงชะตาชีวิตของพระโคธิกเถระ
เพราะพระโคธิกเถระหลุดพ้นจากกิเลสและอาสวะทั้งปวง ได้บรรลุพระอรหัตตผลแล้ว
ดูก่อนมาร บุคคลเช่นท่านแม้จะมีจำนวนตั้งร้อยตั้งพัน
ก็ไม่สามารถจะค้นหาสถานที่ไปเกิดของพระโคธิกะนั้นได้”
จากนั้น พระศาสดาได้ตรัสพระธรรมบท พระคาถาที่
57 ว่า
เตสํ สมฺปนฺนสีลานํ
อปฺปมาทวิหารินํ
สมฺมทญฺญา วิมุตฺตานํ
มาโร มคฺคํ น วินทติฯ
ท่านผู้มีศีลสมบูรณ์
อยู่ด้วยความไม่ประมาท
หลุดพ้นแล้วเพราะรู้ชอบ
มารจะไม่พบทางไป.
เมื่อพระสัทธรรมเทศนาจบลง ชนเป็นอันมาก
บรรลุอริยผลทั้งหลาย มีโสดาปัตติผล เป็นต้น
พระสัทธรรมเทศนามีประโยชน์แก่มหาชนแล้ว.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น