วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

กฎแห่งกรรมในอรรถกถาธรรมบท:เรื่องอายุวัฒนกุมาร ผู้ดวงชะตาขาด แต่สามารถแก้กรรม ต่ออายุให้ยืนยาวได้




คนบางคนเมื่อรู้ว่าชะตาขาด สามารถต่อชะตาต่ออายุให้ยืนยาวได้ โดยการกระทำความดี ดังตัวอย่างของเรื่องอายุวัฒนกุมาร ผู้ที่ได้รับการทำนายว่าจะตายภายใน 7 วัน แต่สามารถแก้กรรมแก้ชะตาขาดนั้น และมีอายุยืนยาวถึง 120 ปี ด้วยการนิมนต์พระสงฆ์มาเจริญพระพุทธมนต์(สาธยายพระปริตร)เป็นเวลา 7 วันและถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข จึงเป็นที่มาของพิธีต่ออายุ และพิธีสืบชะตา ของชาวพุทธจวบจนกระทั่งทุกวันนี้

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อครั้งที่พระศาสดา ทรงอาศัยทีฆลัมพิกนคร ประทับอยู่ ณ กุฎีในป่า ทรงปรารภกุมารผู้มีอายุยืน ตรัสพระธรรมเทศนาที่ขึ้นต้นด้วยบาทพระคาถานี้ว่า อภิวาทนสีลิสฺส เป็นต้น

พระพุทธโฆษาจารย์ เล่าเรื่องนี้ไว้ว่า ครั้งหนึ่ง มีพราหมณ์ 2 คน เป็นชาวทีฆลัมพิกนคร ได้ไปบวชบำเพ็ญตบะอยู่ด้วยกันเป็นเวลา 48 ปี ต่อมาพราหมณ์คนหนึ่งสึกออกไปเป็นฆราวาส และได้แต่งงานมีครอบครัว หลังจากภรรยาของพราหมณ์ผู้นี้คลอดบุตรออกมาเป็นชายแล้ว พราหมณ์ก็ได้พาภรรยากับบุตรไปเยี่ยมพราหมณ์ที่ยังบวชบำเพ็ญตบะอยู่นั้น

เมื่อสองสามีภรรยาทำความเคารพ พราหมณ์นักบวชได้กล่าวว่า ขอท่านจงเป็นผู้มีอายุยืนแต่พอตอนที่สองสามีภรรยาให้บุตรชายทำความเคารพบ้าง พราหมณ์นั้นกลับนิ่ง ไม่พูดอะไร พราหมณ์ที่สึกออกไปมีครอบครัวเกิดความสงสัย จึงได้สอบถามถึงเหตุผลที่นิ่งเงียบนั้น

พราหมณ์นักบวชจึงบอกว่า ทารกคนนี้จะมีอายุอยู่ได้ไม่เกิน 7 วัน แต่ตนก็ไม่ทราบวิธีป้องกันการเสียชีวิตของทารกนี้ และได้แนะนำให้ไปทูลถามพระศาสดา

สองสามีภรรยาจึงอุ้มบุตรไปเฝ้าพระศาสดา เมื่อคนทั้งสองกราบนมัสการ พระศาสดาตรัสว่า ขอท่านจงเป็นผู้มีอายุยืนแต่พอพาเด็กเข้าไปนมัสการ พระศาสดากลับทรงนิ่งเสีย และได้ทรงทำนายว่าเด็กคนนี้จะเสียชีวิตภายใน 7 วันเหมือนกัน

แต่พระศาสดาได้ตรัสบอกวิธีที่จะป้องกันทารกจากเสียชีวิต โดยให้สร้างมณฑปไว้ที่ประตูเรือนของพราหมณ์ แล้วนำเด็กขึ้นไปนอนบนมณฑปนั้น จากนั้นก็ให้นิมนต์พระไปเจริญพระพุทธมนต์สวดพระปริตรเป็นเวลา 7 วัน ซึ่งพราหมณ์ก็ได้กระทำตามที่ทรงแนะนำทุกอย่าง

ในวันที่ 7 พระศาสดาได้เสด็จมายังมณฑปนั้นด้วย พวกเทวดาในจักรวาลทั้งสิ้นก็ได้มาประชุมกัน ณ ที่นั้นด้วย ในขณะนั้น อวรุทธยักษ์ตนหนึ่งได้มาที่ประตูบ้านเพื่อคอยจังหวะที่จะจับเด็กทารกนั้นไปกิน แต่เมื่อมีเทวดาศักดิ์ใหญ่มากันมาก พวกเทวดาศักดิ์น้อยก็จะต้องถอยร่นเพื่อเปิดที่ให้

อวรุทธกยักษ์ก็ต้องถอยร่นไปอยู่ไกลจากเด็กทารกนั้นถึง 12 โยชน์ ตลอดคืนที่ 7 นั้นพระภิกษุสงฆ์ก็ได้เจริญพระปริตรอยู่อย่างนั้นจนสว่าง ทำให้อวรุทธกยักษ์ไม่สามารถเข้ามาจับทารกนั้นไปกินได้

พออรุณขึ้นสองสามีภรรยานำทารกมาถวายบังคมพระศาสดา พระศาสดาตรัสว่า ขอเจ้าจงมีอายุยืนเถิดเมื่อสองสามีภรรยาทูลถามว่าทารกจะมีอายุยืนกี่ปี พระศาสดาตรัสว่าจะมีอายุยืน 120 ปี สามีภรรยาจึงตั้งชื่อเด็กทารกว่า อายุวัฒนกุมาร

เมื่ออายุวัฒนกุมารเติบโตแล้ว เวลาไปไหนมาไหนก็มีผู้ติดตามไปเป็นบริวารถึง 500 คน วันหนึ่งอายุวัฒนกุมารพร้อมกับบริวารได้มาที่วัดพระเชตวัน ภิกษุทั้งหลายจำได้ จึงทูลถามพระศาสดาว่า เหตุเครื่องเจริญอายุของสัตว์เหล่านี้ เห็นจะมีพระศาสดาตรัสตอบภิกษุทั้งหลายเหล่านี้ว่า โดยการนอบน้อมท่านผู้สูงอายุ มิใช่ว่าจะทำให้อายุยืนเท่านั้น แต่ยังจะเป็นเหตุให้เจริญทางวรรณะ สุขะ และพละ อีกด้วย

จากนั้น พระศาสดาได้ตรัส พระธรรมบท พระคาถาที่ 109 ว่า

อภิวาทนสีลิสฺส
นิจฺจํ วุฑฺฒาปจายิโน
จตฺตาโร ธมฺมา วฑฺฒนฺติ
อายุ วณฺโณ สุขํ พลํ ฯ


ผู้ชอบกราบไหว้ นอบน้อม
ผู้ใหญ่เป็นนิตย์
จะเจริญด้วยพร 4 ประการ
คือ มีอายุยืน มีผิวพรรณผุดผ่อง
มีความสุข มีพลานามัยแข็งแรง.

เมื่อจบพระสัทธรรมเทศนา อายุวัฒนกุมาร และบริวาร 500 คน ได้บรรลุโสดาปัตติผล แม้ชนเหล่าอื่นเป็นอันมาก ก็ได้บรรลุพระอริยผลทั้งหลาย มีพระโสดาปัตติผลเป็นต้น.


หมายเหตุ ในตอนที่พระสงฆ์ให้พรทุกครั้งจะมีถ้อยคำในพระธรรมบทว่า อภิวาทนสีลิสฺส นิจฺจํ วุฑฺฒาปจายิโน
จตฺตาโร ธมฺมา วฑฺฒนฺติ อายุ วณฺโณ สุขํ พลํ ฯ เสมอ แสดงว่าท่านต้องการให้ผู้รู้รับฟังมีอายุยืนยาวเหมือนอายุวัฒนกุมารในเรื่อง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น